» การนำส่งหลักฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยขเพื่อขอสำเร็จการศึกษา
ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ว่าด้วย การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2560
กรณีบทความวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติเรียบร้อยแล้ว
บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาต้องส่งหลักฐาน ดังนี้
1) สำเนาปกนอกวารสาร
2) สำเนาสารบัญวารสาร เฉพาะหน้าที่มีชื่อบทความวิจัยปรากฏ
3) สำเนาบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร
4) สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าวารสารเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
กรณีบทความวิจัยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตีพิมพ์
บทความวิจัยที่ได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร นักศึกษาจะต้องส่งหลักฐาน ดังนี้
1) หนังสือรับรองการยอมรับให้ตีพิมพ์ฉบับจริง
2) ต้นฉบับบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ที่จะนำไปตีพิมพ์ในวารสาร
3) สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าวารสารเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
บทความวิจัยที่นำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการและได้รับการตีพิมพ์ในเอกสารรายงานการประชุม (Proceedings) เรียบร้อยแล้ว นักศึกษาจะต้องส่งหลักฐาน ดังนี้
1) สำเนาประกาศนียบัตร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่านักศึกษาไปนำเสนอผลงานในวันประชุมวิชาการ
2) สำเนาปกนอกของเอกสารรายงานการประชุมวิชาการ (Proceedings)
3) สำเนาหน้าสารบัญเฉพาะหน้าที่มีชื่อบทความวิจัยปรากฏ
4) สำเนาบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ที่พิมพ์ในเอกสารรายงานการประชุมวิชาการ
5) สำเนาหน้ารายนามกองบรรณาธิการ หรือคณะกรรมการจัดประชุม โดยระบุสถาบันในสังกัด
6) สำเนาหลักฐานที่แสดงว่ามีผู้ประเมินบทความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น และมีบทความที่มาจากหน่วยงานภายนอกสถาบันอย่างน้อย 3 หน่วยงาน และรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 (เฉพาะกรณีการประชุมวิชาการระดับชาติ)
7) กรณีได้รับรางวัลให้แนบหลักฐานการได้รับรางวัล เช่น เกียรติบัตร หนังสือรับรอง เป็นต้น
กรณีที่บทความวิจัยฉบับเต็ม (Full Paper) ที่นำไปตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings) ที่อยู่ในฐานข้อมูล SCOPUS ให้ส่งหนังสือการยอมรับให้ตีพิมพ์พร้อมบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ที่จะนำไปตีพิมพ์ใน Proceedings แทนหลักฐานในลำดับที่ 2) ลำดับที่ 3) และลำดับที่ 4) ข้างต้นได้
ทั้งนี้ นักศึกษาต้องผ่านการนำเสนอผลงานวิจัยด้วยตนเองต่อที่ประชุมวิชาการก่อนจึงจะสามารถนำส่งหลักฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อขอสำเร็จการศึกษาได้
กรณีเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักงานบัณฑิตศึกษา
- บทความฉบับสมบูรณ์ที่ได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักงานบัณฑิตศึกษาเรียบร้อยแล้ว
» การนำส่งหลักฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ว่าด้วย การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2565
» กรณีบทความที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการเรียบร้อยแล้ว ให้นักศึกษานำส่งเอกสาร ดังต่อไปนี้
(1) สำเนาปกนอกของวารสาร
(2) สำเนาสารบัญวารสารเฉพาะหน้าที่มีชื่อบทความปรากฎ
(3) สำเนาบทความที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร
(4) สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าวารสารวิชาการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยถือ ณ วันที่ผลงานนักศึกษาได้รับการตอบรับการตีพิมพ์เป็นหลัก
» กรณีบทความที่ได้รับการตอบรับให้เผยแพร่ในวารสารวิชาการแล้วแต่ยังไม่ได้เผยแพร่ ให้นักศึกษานำส่งเอกสาร ดังต่อไปนี้
(1) หนังสือตอบรับให้เผยแพร่ผลงานหรือได้รับการตอบรับในรูปแบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) จากกองบรรณาธิการวารสาร โดยระบุรายละเอียดปีที่เผยแพร่ (Volume) ฉบับที่เผยแพร่ (Issue) อย่างชัดเจน
(2) บทความที่จะเผยแพร่ในวารสารวิชาการ
(3) สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าวารสารเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยถือ ณ วันที่ผลงานนักศึกษาได้รับการตอบรับการตีพิมพ์เป็นหลัก
» กรณีบทความที่นำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติหรือระดับนานาชาติ และได้รับการเผยแพร่ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings) เรียบร้อยแล้ว ให้นักศึกษานำส่งเอกสาร ดังต่อไปนี้
(1) สำเนาปกนอกของรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings)
(2) สำเนาสารบัญเฉพาะหน้าที่มีชื่อบทความปรากฎ
(3) สำเนาบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ที่เผยแพร่ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings)
(4) สำเนาหน้าที่มีรายชื่อกองบรรณาธิการ หรือคณะกรรมการจัดประชุม โดยระบุสถาบันในสังกัด
(5) สำเนาประกาศนียบัตรหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่านักศึกษานำเสนอผลงานในวันประชุมวิชาการด้วยตนเอง
กรณีบทความที่นำเสนอในการประชุมวิชาการ ได้รับการตอบรับให้เผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูลที่มหาวิทยาลัยกำหนด นักศึกษาสามารถส่งหนังสือตอบรับให้เผยแพร่ผลงานจากวารสาร แทนหลักฐานใน (1) และ (2) ข้างต้นได้
ผลงานในรูปแบบผลงานนวัตกรรม ผลงานสร้างสรรค์ สิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ให้นำส่งเอกสารหลักฐานแสดงว่าผลงานดังกล่าวผ่านการประเมินคุณภาพตั้งแต่ระดับ B ขึ้นไป จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

